โปรโมชั่นพิเศษ! รับส่วนลดทันที 6%* เมื่อชำระค่าบริการติดตั้งกับ dooDeco (ผ่อนนานสูงสุด 4 และ 6 เดือน*) ดูเพิ่มเติม
หน้าแรก
โปรโมชั่นพิเศษ
เกี่ยวกับเรา
บทความ
รีวิวลูกค้า
ติดต่อเรา

BOQ คืออะไร จำเป็นไหมในการสร้างบ้าน พร้อมวิธีการคำนวณ

รู้จัก BOQ เอกสารหลักสำคัญของงานก่อสร้างที่เจ้าของบ้านควรรู้ เพื่อใช้คำนวณราคาและควบคุมงบไม่ให้บานปลาย พร้อมด้วยวิธีการคำนวณเบื้องต้นง่าย ๆ

อัพเดตล่าสุด 18 Feb 2025

|

โดย dooDeco

Main Point

  • เอกสารสำคัญของการก่อสร้าง BOQ ย่อมาจาก Bill of Quality คือเอกสารที่ใช้แสดงรายละเอียดงานก่อสร้างตั้งแต่ราคา ชนิดของวัสดุ ปริมาณการใช้ อัตราราคาต่อวัสดุ และค่าแรง เพื่อให้เราสามารถควบคุมงบประมาณได้ดีที่สุด
  • ประโยชน์ของ BOQ มีด้วยกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะช่วยวิเคราะห์รายละเอียดและค่าใช้จ่ายทั้งโครงการอย่างครอบคลุม ใช้สำหรับการเจรจาและต่อรองกับผู้รับเหมา ตลอดจนไว้ใช้สำหรับการติดตามโครงการ และเป็นอีกหนึ่งเอกสารสำคัญที่ใช้ในการขอกู้สินเชื่อกับธนาคารได้อีกด้วย


ใครที่มีแพลนจะสร้างบ้าน รีโนเวท หรือตกแต่งบ้านใหม่ ต้องรู้จักกับคำว่า “BOQ” เพราะเป็นเอกสารสำคัญชิ้นหนึ่งที่ผู้รับเหมาก่อสร้างใช้ในการแจกแจงรายละเอียด ต่าง ๆ เกี่ยวกับค่าใช้จ่าย นับว่าเป็นเอกสารหลัก เสมือนเป็นหัวใจของการก่อสร้างเลยก็ว่าได้ ในบทความนี้ Doodeco ชวนมารู้จักเอกสารสำคัญของการก่อสร้างอย่าง BOQ พร้อมด้วยวิธีการคำนวณเบื้องต้นง่าย ๆ เพื่อให้การก่อสร้าง รีโนเวท และตกแต่งบ้านราบรื่นมากขึ้นกว่าเดิม



BOQ คืออะไร? ย่อมาจากอะไร?

คำนวณเพื่อเอกสาร boq

ภาพ: คำนวณเพื่อเอกสาร boq


“BOQ” ย่อมาจาก Bill of Quality คือ เอกสารที่ใช้แสดงรายละเอียดงานก่อสร้างทั้งโครงการอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นภาพรวมและครอบคลุมมากที่สุด ไม่ว่าจะชนิดของวัสดุที่ใช้ ปริมาณการใช้งาน อัตราราคาทั้งค่าวัสดุและค่าแรง ตลอดระยะเวลาในการดำเนินการ ดังนั้นแล้วการมีเอกสาร BOQ จะช่วยประเมินได้ว่าการก่อสร้าง รีโนเวท หรือการตกแต่งในครั้งนี้ต้องใช้งบประมาณที่เท่าไร ในระยะเวลานานแค่ไหน หรือมีวัสดุประเภทหรือชิ้นไหนที่สำคัญและจำเป็นต่อการก่อสร้างบ้าง



หมวดหมู่ของ BOQ มีอะไรบ้าง?

เอกสาร boq และงานก่อสร้าง

ภาพ: เอกสาร boq และงานก่อสร้าง


การก่อสร้างไม่ได้มีแค่หนึ่งประเภทเท่านั้น เช่นเดียวกันกับเอกสาร BOQ ที่มีหลายประเภทเพื่อความเหมาะสมของการก่อสร้างนั้น ๆ โดยมีการจัดหมวดหมู่ใหญ่ ๆ ของรายการที่อาจคล้ายกัน แตกต่างเพียงรายละเอียดบางชนิดของการก่อสร้าง เช่น อาคาร บ้าน ถนน หรือการก่อสร้างประเภทต่าง ๆ หมวดหมู่ของ BOQ แบ่งออกได้ 5 ประเภทหลัก ๆ ตามนี้


  • หมวดการเตรียมงาน: รายละเอียดของค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการเตรียมการก่อสร้าง เช่น การเตรียมเกี่ยวกับผิวดิน เช่น การปรับหน้าดิน การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเก่า การถมและปรับระดับหน้าดินใหม่ด้วยเหมือนกัน
  • หมวดงานโครงสร้าง: นับรวมงานโครงสร้างต่าง ๆ ตั้งแต่ลงเสาเข็ม ฐานราก ตอม่อ คาน เสา พื้น โครงสร้างบันได โครงสร้างหลังคาและผนังที่ใช้รับน้ำหนัก ตลอดจนงานคอนกรีตและแบบหล่อและงานเหล็กเสริม
  • หมวดสถาปัตยกรรม: เกี่ยวข้องกับรายการก่อสร้างส่วนต่าง ๆ ของสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะงานก่อและฉาบผนัง งานฝ้าเพดาน งานตกแต่งผิวพื้นและผนัง งานทาสีและงานตกแต่งภายใน หรืออินทีเรียด้วยเช่นกัน
  • หมวดงานระบบ: ส่วนใหญ่มักเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า ระบบประปา งานสุขาภิบาลและการระบายน้ำ งานเดินท่ออากาศ ตลอดจนระบบดับเพลิงและความปลอดภัยต่าง ๆ
  • หมวดงานอื่น ๆ (ถ้ามี): รายการงานอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในหมวดหมู่ด้านบน


รวม 5 ข้อดีทำไมต้องขอเอกสาร BOQ จากผู้รับเหมา

ความสำคัญของเอกสาร boq

ภาพ: ความสำคัญของเอกสาร boq


BOQ ไม่ใช้แค่เอกสารทั่ว ๆ ไป ที่มีก็ได้ไม่มีก็ได้ แต่สำคัญในระดับที่ว่าเป็นเอกสารแรก ๆ ที่เราต้องมีก่อนจะเริ่มก่อสร้างด้วยซ้ำ โดยประโยชน์หรือความสำคัญของ BOQ มีด้วยกันหลายข้อ ไม่ว่าจะใช้กำหนดราคา ต่อรองเจรจา ไปจนถึงการขอกู้สินเชื่อกับธนาคาร


1. กำหนดราคากลางหรือมาตรฐาน

กำหนดราคากลาง

ภาพ: กำหนดราคากลาง



BOQ จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดราคากลางหรือราคามาตรฐานของโครงการก่อสร้าง โดยมีการระบุปริมาณงาน (Quantities) และรายละเอียดของงานแต่ละส่วน เช่น งานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานระบบไฟฟ้า และงานระบบประปา
ประโยชน์: ช่วยให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สถาปนิก หรือเจ้าของโครงการสามารถใช้เปรียบเทียบราคาของผู้รับเหมาที่เสนอมาแต่ละราย เพื่อให้มั่นใจว่าได้ราคาที่เหมาะสมและสามารถควบคุมงบประมาณได้



2. ประเมินและกำหนดงบประมาณต้นทุน

ประเมินและกำหนดงบประมาณต้นทุน

ภาพ: ประเมินและกำหนดงบประมาณต้นทุน



BOQ เป็นเครื่องมือที่ช่วยกำหนดและประเมินงบประมาณต้นทุนของโครงการได้อย่างละเอียดและแม่นยำ โดยจะรวมถึงรายการวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายทางอ้อม (เช่น ค่าเครื่องจักรหรือค่าดำเนินการอื่นๆ)
ประโยชน์: ทำให้ผู้ว่าจ้างสามารถคาดการณ์ค่าใช้จ่ายในแต่ละช่วงของโครงการและปรับแผนงานให้เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดค่าใช้จ่ายที่เกินจากงบประมาณได้



3. ใช้ในการเจรจาต่อรองราคา

การเจรจาต่อรองราคา

ภาพ: การเจรจาต่อรองราคา



BOQ ใช้เป็นเอกสารอ้างอิงในกระบวนการเจรจาต่อรองราคากับผู้รับเหมา โดยระบุรายละเอียดของงานแต่ละรายการ เช่น ชนิดของวัสดุที่ต้องการใช้ ปริมาณ และมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติตาม
ประโยชน์: ช่วยลดความเข้าใจผิดระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมาเกี่ยวกับความคาดหวังในงานก่อสร้าง และช่วยป้องกันข้อพิพาทในภายหลัง



4. ใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อธนาคาร

ขอสินเชื่อธนาคาร

ภาพ: ขอสินเชื่อธนาคาร



ธนาคารมักใช้เอกสาร BOQ เป็นหนึ่งในเอกสารประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ โดยจะตรวจสอบว่าเงินกู้ที่ขอมีความสอดคล้องกับต้นทุนที่ระบุใน BOQ หรือไม่
ประโยชน์: ทำให้เจ้าของโครงการสามารถแสดงให้ธนาคารเห็นถึงความโปร่งใสในงบประมาณและความเป็นไปได้ของโครงการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติวงเงิน



5. วิเคราะห์ราคาและรายละเอียดค่าใช้จ่าย และตรวจสอบการทำงานของผู้รับเหมา

วิเคราะห์ราคาและรายละเอียด

ภาพ: วิเคราะห์ราคาและรายละเอียด



BOQ ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในแต่ละรายการอย่างละเอียด เช่น การเลือกชนิดวัสดุที่เหมาะสมและคุ้มค่า หรือการลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็น รวมถึงตรวจสอบว่าผู้รับเหมาได้ดำเนินงานตามมาตรฐาน ปริมาณวัสดุ และค่าใช้จ่ายที่ตกลงไว้ในสัญญาหรือไม่
ประโยชน์: ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรในโครงการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างกำไรจากโครงการ พร้อมสามารถติดตามความคืบหน้าของงานได้อย่างใกล้ชิด และป้องกันปัญหาการบานปลายของงบประมาณหรือการลดคุณภาพของงาน



วิธีคำนวณค่า BOQ แบบเบื้องต้น

วิธีการคำนวณ boq

ภาพ: วิธีการคำนวณ boq


BOQ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ควบคุมงบประมาณและค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ แต่ยังช่วยลดข้อขัดแย้งระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมา และทำให้โครงการก่อสร้างดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ โดยสามารถคำนวณได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี


1. จัดหมวดหมู่ของรายการงานก่อสร้าง

หมวดหมู่การก่อสร้าง

ภาพ: หมวดหมู่การก่อสร้าง



การเริ่มต้นจัดทำ BOQ จะเริ่มด้วยการแบ่งประเภทของงานก่อสร้างออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบรายละเอียดและการจัดการในแต่ละส่วน งานก่อสร้างสามารถแบ่งเป็น 5 หมวดหมู่หลัก ได้แก่


  • หมวดการเตรียมงาน: เช่น การปรับพื้นที่ การขุดดิน หรือการถมดิน
  • หมวดงานโครงสร้าง: เช่น เสา คาน ฐานราก และหลังคา
  • หมวดสถาปัตยกรรม: เช่น การปูกระเบื้อง การทาสี และงานตกแต่ง
  • หมวดงานระบบ: เช่น ระบบประปา ไฟฟ้า และระบายอากาศ
  • หมวดงานอื่น ๆ (ถ้ามี): งานที่ไม่อยู่ในหมวดหมู่ข้างต้น เช่น การจัดสวน หรือการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์


2. วัดขนาดพื้นที่ของสิ่งปลูกสร้าง

วัดขนาดพื้นที่ก่อสร้าง

ภาพ: วัดขนาดพื้นที่ก่อสร้าง



การวัดขนาดพื้นที่เป็นขั้นตอนสำคัญในการคำนวณปริมาณวัสดุและค่าใช้จ่าย โดยทั่วไปจะวัดในหน่วยตารางเมตร ซึ่งสามารถนำไปใช้คำนวณราคาในแต่ละส่วนของงาน อย่าง ผนัง พื้น และหลังคาได้
ประโยชน์: หากพื้นที่ห้องมีขนาด 50 ตารางเมตร และราคาปูกระเบื้องอยู่ที่ 500 บาท/ตารางเมตร ค่าใช้จ่ายในการปูกระเบื้องทั้งหมดจะเท่ากับ 50 × 500 = 25,000 บาท



3. สำรวจราคาวัสดุในตลาด

สำรวจราคาตลาด

ภาพ: สำรวจราคาตลาด



เปรียบเทียบราคาวัสดุจากหลากหลายแหล่ง เช่น ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ห้างสรรพสินค้า พร้อมเช็กราคาผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ เพื่อช่วยให้การคำนวณ BOQ มีความแม่นยำยิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงในการคำนวณราคาที่ต่ำหรือสูงเกินไป



4. กำหนดราคาและงบประมาณ

กำหนดราคาและงบประมาณ

ภาพ: กำหนดราคาและงบประมาณ



หลังจากได้ปริมาณวัสดุและราคาตลาดแล้ว ให้นำข้อมูลดังกล่าวมาคำนวณราคาทั้งหมดโดยใช้สูตร
ปริมาณวัสดุ × ราคาต่อหน่วย = ราคาวัสดุที่ใช้ + ค่าแรงของผู้รับเหมา
ค่าแรงของผู้รับเหมานั้นอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละราย โดยขึ้นอยู่กับประเภทของงานและขนาดของโครงการตามการประมาณ ดังนี้


  • งานขนาดเล็ก: ค่าแรงไม่เกิน 50 บาท/หน่วย
  • งานขนาดกลาง: ค่าแรงไม่เกิน 120 บาท/หน่วย
  • งานขนาดใหญ่: ค่าแรงไม่เกิน 500–1,000 บาท/หน่วย


เหตุใดการจ่ายเกิน BOQ จึงเกิดขึ้นในโครงการก่อสร้าง

ป้องกันการจ่ายเงิน

ภาพ: ป้องกันการจ่ายเงิน



1. การเปลี่ยนแปลงวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง

ในระหว่างการก่อสร้าง ผู้ว่าจ้างอาจมีความต้องการปรับเปลี่ยนวัสดุบางอย่าง เช่น เปลี่ยนกระเบื้องปูพื้นหรือผนังให้เป็นแบบที่ทันสมัยและสอดคล้องกับเทรนด์ปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงนี้มักส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในโครงการ เนื่องจากวัสดุใหม่อาจมีราคาสูงกว่าวัสดุที่ระบุไว้ใน BOQ เดิม



2. การเพิ่มรายละเอียดหรือแบบก่อสร้างที่ไม่ได้วางแผนไว้

บางครั้งระหว่างการดำเนินงาน ผู้ว่าจ้างอาจต้องการเพิ่มเติมงานหรืองานตกแต่งที่ไม่รวมอยู่ในแบบก่อสร้างเดิม เช่น เพิ่มพื้นที่ใช้งานพิเศษ ติดตั้งระบบไฟหรือเครื่องปรับอากาศเพิ่มเติม ซึ่งการเพิ่มเติมนี้ทำให้ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



3. อุปสรรคในการก่อสร้าง

สภาพอากาศหรือข้อจำกัดของสถานที่ ส่วนใหญ่มักเป็นปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ฝนตกหนักที่ทำให้งานก่อสร้างล่าช้าหรือพื้นที่ก่อสร้างที่จำกัด ซึ่งส่งผลต่อการขนส่งวัสดุและการทำงานของทีมก่อสร้าง อุปสรรคเหล่านี้มักนำไปสู่การเพิ่มค่าใช้จ่ายในโครงการ เนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมในการจัดการ



วางแผนอย่างมืออาชีพ: วิธีป้องกัน BOQ เกินงบประมาณ

วางแผนเพื่อป้องกัน BOQ เกินงบประมาณ

ภาพ: วางแผนเพื่อป้องกัน BOQ เกินงบประมาณ



1. กำหนดรายละเอียดวัสดุและแบบก่อสร้างให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

เริ่มต้นด้วยการระบุวัสดุที่ต้องการใช้อย่างละเอียดและระบุแบบก่อสร้างที่ครบถ้วนตั้งแต่ต้นเพื่อป้องกันปัญหาการเปลี่ยนแปลงระหว่างการดำเนินการ



2. หากต้องการเปลี่ยนแปลง ควรทำสัญญาเพิ่มเติมที่เป็นลายลักษณ์อักษร

เมื่อมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวัสดุหรือแบบ ควรมีการทำข้อตกลงเพิ่มเติมในรูปแบบเอกสารลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกัน



3. หมั่นติดตามและตรวจสอบงานก่อสร้างอย่างใกล้ชิด

ติดตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอช่วยให้สามารถรับรู้ปัญหาและแก้ไขได้ทันที ลดโอกาสเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากความล่าช้าหรือข้อผิดพลาดต่าง ๆ



ตกแต่งภายในกับ dooDeco โปร่งใสทุกขั้นตอนด้วย BOQ รายชิ้น

ผู้หญิงตรวจเช็กเอกสาร boq

ภาพ: ผู้หญิงตรวจเช็กเอกสาร boq

เพราะ BOQ คือเอกสารที่เปรียบเสมือนหัวใจหลักของการก่อสร้าง ต้องมีอยู่ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ เพื่อช่วยให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานเข้าใจภาพรวมและรายละเอียดของโครงการได้ชัดเจนมากขึ้น ที่บริษัทรับออกแบบภายในแบบครบวงจร dooDeco มีทั้งบริการรับออกแบบบิ้วอินบ้าน รับบิ้วอินคอนโด และการตกแต่งพื้นที่เชิงพาณิชย์ ด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบ บิ้วอิน-ฟิตอิน เทคโนโลยีผลิตจากโรงงานที่มีคุณภาพและมาตรฐาน มาพร้อมใบเสนอราคา BOQ รายชิ้นเฉพาะโปรเจกต์ช่วยควบคุมงบไม่ให้บานปลาย รับประกันงานระยะเวลา 1 ปีเต็ม เพื่อให้ได้บ้านและห้องตรงตามใจของผู้อยู่อาศัยคลายความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายลงไปได้เลย



สามารถดูผลงานการออกแบบจาก dooDeco ได้ที่นี่!


doodeco doodeco

dooDeco รับออกแบบตกแต่งภายในให้บ้าน คอนโด และทุกธุรกิจ ได้ดีไซน์ที่สวยงาม ครบจบทุกฟังก์ชัน

  • เราให้บริการออกแบบ บิ้วอิน-ฟิตอิน ด้วยเทคโนโลยีผลิตจากโรงงานที่มีคุณภาพและมาตรฐาน พร้อมติดตั้งหน้างานในระยะเวลาอันสั้น ลูกค้าสามารถ Customize ขนาดและสั่งผลิตให้พอดีกับพื้นที่ได้
  • ไม่ทิ้งงาน 100% เพราะเรามี Project Manager คอยดูแลงานตั้งแต่ต้นจนจบ
  • เห็นภาพรวมห้อง เพราะเรามี Interior Designer ช่วยออกแบบพร้อมขึ้นรูป 3D ให้
  • คุมงบได้ไม่บานปลาย เพราะเรามี ใบเสนอราคา BOQ รายชิ้น
  • รับประกันงาน 1 ปีเต็ม หมดกังวลเรื่องบริการหลังการขาย


บทความอื่นๆ