รู้จัก BOQ เอกสารหลักสำคัญของงานก่อสร้างที่เจ้าของบ้านควรรู้ เพื่อใช้คำนวณราคาและควบคุมงบไม่ให้บานปลาย พร้อมด้วยวิธีการคำนวณเบื้องต้นง่าย ๆ
อัพเดตล่าสุด 18 Feb 2025
|
Main Point
ใครที่มีแพลนจะสร้างบ้าน รีโนเวท หรือตกแต่งบ้านใหม่ ต้องรู้จักกับคำว่า “BOQ” เพราะเป็นเอกสารสำคัญชิ้นหนึ่งที่ผู้รับเหมาก่อสร้างใช้ในการแจกแจงรายละเอียด ต่าง ๆ เกี่ยวกับค่าใช้จ่าย นับว่าเป็นเอกสารหลัก เสมือนเป็นหัวใจของการก่อสร้างเลยก็ว่าได้ ในบทความนี้ Doodeco ชวนมารู้จักเอกสารสำคัญของการก่อสร้างอย่าง BOQ พร้อมด้วยวิธีการคำนวณเบื้องต้นง่าย ๆ เพื่อให้การก่อสร้าง รีโนเวท และตกแต่งบ้านราบรื่นมากขึ้นกว่าเดิม
ภาพ: คำนวณเพื่อเอกสาร boq
“BOQ” ย่อมาจาก Bill of Quality คือ เอกสารที่ใช้แสดงรายละเอียดงานก่อสร้างทั้งโครงการอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นภาพรวมและครอบคลุมมากที่สุด ไม่ว่าจะชนิดของวัสดุที่ใช้ ปริมาณการใช้งาน อัตราราคาทั้งค่าวัสดุและค่าแรง ตลอดระยะเวลาในการดำเนินการ ดังนั้นแล้วการมีเอกสาร BOQ จะช่วยประเมินได้ว่าการก่อสร้าง รีโนเวท หรือการตกแต่งในครั้งนี้ต้องใช้งบประมาณที่เท่าไร ในระยะเวลานานแค่ไหน หรือมีวัสดุประเภทหรือชิ้นไหนที่สำคัญและจำเป็นต่อการก่อสร้างบ้าง
ภาพ: เอกสาร boq และงานก่อสร้าง
การก่อสร้างไม่ได้มีแค่หนึ่งประเภทเท่านั้น เช่นเดียวกันกับเอกสาร BOQ ที่มีหลายประเภทเพื่อความเหมาะสมของการก่อสร้างนั้น ๆ โดยมีการจัดหมวดหมู่ใหญ่ ๆ ของรายการที่อาจคล้ายกัน แตกต่างเพียงรายละเอียดบางชนิดของการก่อสร้าง เช่น อาคาร บ้าน ถนน หรือการก่อสร้างประเภทต่าง ๆ หมวดหมู่ของ BOQ แบ่งออกได้ 5 ประเภทหลัก ๆ ตามนี้
ภาพ: ความสำคัญของเอกสาร boq
BOQ ไม่ใช้แค่เอกสารทั่ว ๆ ไป ที่มีก็ได้ไม่มีก็ได้ แต่สำคัญในระดับที่ว่าเป็นเอกสารแรก ๆ ที่เราต้องมีก่อนจะเริ่มก่อสร้างด้วยซ้ำ โดยประโยชน์หรือความสำคัญของ BOQ มีด้วยกันหลายข้อ ไม่ว่าจะใช้กำหนดราคา ต่อรองเจรจา ไปจนถึงการขอกู้สินเชื่อกับธนาคาร
ภาพ: กำหนดราคากลาง
BOQ จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดราคากลางหรือราคามาตรฐานของโครงการก่อสร้าง โดยมีการระบุปริมาณงาน (Quantities) และรายละเอียดของงานแต่ละส่วน เช่น งานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานระบบไฟฟ้า และงานระบบประปา
ประโยชน์: ช่วยให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สถาปนิก หรือเจ้าของโครงการสามารถใช้เปรียบเทียบราคาของผู้รับเหมาที่เสนอมาแต่ละราย เพื่อให้มั่นใจว่าได้ราคาที่เหมาะสมและสามารถควบคุมงบประมาณได้
ภาพ: ประเมินและกำหนดงบประมาณต้นทุน
BOQ เป็นเครื่องมือที่ช่วยกำหนดและประเมินงบประมาณต้นทุนของโครงการได้อย่างละเอียดและแม่นยำ โดยจะรวมถึงรายการวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายทางอ้อม (เช่น ค่าเครื่องจักรหรือค่าดำเนินการอื่นๆ)
ประโยชน์: ทำให้ผู้ว่าจ้างสามารถคาดการณ์ค่าใช้จ่ายในแต่ละช่วงของโครงการและปรับแผนงานให้เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดค่าใช้จ่ายที่เกินจากงบประมาณได้
ภาพ: การเจรจาต่อรองราคา
BOQ ใช้เป็นเอกสารอ้างอิงในกระบวนการเจรจาต่อรองราคากับผู้รับเหมา โดยระบุรายละเอียดของงานแต่ละรายการ เช่น ชนิดของวัสดุที่ต้องการใช้ ปริมาณ และมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติตาม
ประโยชน์: ช่วยลดความเข้าใจผิดระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมาเกี่ยวกับความคาดหวังในงานก่อสร้าง และช่วยป้องกันข้อพิพาทในภายหลัง
ภาพ: ขอสินเชื่อธนาคาร
ธนาคารมักใช้เอกสาร BOQ เป็นหนึ่งในเอกสารประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ โดยจะตรวจสอบว่าเงินกู้ที่ขอมีความสอดคล้องกับต้นทุนที่ระบุใน BOQ หรือไม่
ประโยชน์: ทำให้เจ้าของโครงการสามารถแสดงให้ธนาคารเห็นถึงความโปร่งใสในงบประมาณและความเป็นไปได้ของโครงการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติวงเงิน
ภาพ: วิเคราะห์ราคาและรายละเอียด
BOQ ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในแต่ละรายการอย่างละเอียด เช่น การเลือกชนิดวัสดุที่เหมาะสมและคุ้มค่า หรือการลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็น รวมถึงตรวจสอบว่าผู้รับเหมาได้ดำเนินงานตามมาตรฐาน ปริมาณวัสดุ และค่าใช้จ่ายที่ตกลงไว้ในสัญญาหรือไม่
ประโยชน์: ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรในโครงการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างกำไรจากโครงการ พร้อมสามารถติดตามความคืบหน้าของงานได้อย่างใกล้ชิด และป้องกันปัญหาการบานปลายของงบประมาณหรือการลดคุณภาพของงาน
ภาพ: วิธีการคำนวณ boq
BOQ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ควบคุมงบประมาณและค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ แต่ยังช่วยลดข้อขัดแย้งระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมา และทำให้โครงการก่อสร้างดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ โดยสามารถคำนวณได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี
ภาพ: หมวดหมู่การก่อสร้าง
การเริ่มต้นจัดทำ BOQ จะเริ่มด้วยการแบ่งประเภทของงานก่อสร้างออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบรายละเอียดและการจัดการในแต่ละส่วน งานก่อสร้างสามารถแบ่งเป็น 5 หมวดหมู่หลัก ได้แก่
ภาพ: วัดขนาดพื้นที่ก่อสร้าง
การวัดขนาดพื้นที่เป็นขั้นตอนสำคัญในการคำนวณปริมาณวัสดุและค่าใช้จ่าย โดยทั่วไปจะวัดในหน่วยตารางเมตร ซึ่งสามารถนำไปใช้คำนวณราคาในแต่ละส่วนของงาน อย่าง ผนัง พื้น และหลังคาได้
ประโยชน์: หากพื้นที่ห้องมีขนาด 50 ตารางเมตร และราคาปูกระเบื้องอยู่ที่ 500 บาท/ตารางเมตร ค่าใช้จ่ายในการปูกระเบื้องทั้งหมดจะเท่ากับ 50 × 500 = 25,000 บาท
ภาพ: สำรวจราคาตลาด
เปรียบเทียบราคาวัสดุจากหลากหลายแหล่ง เช่น ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ห้างสรรพสินค้า พร้อมเช็กราคาผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ เพื่อช่วยให้การคำนวณ BOQ มีความแม่นยำยิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงในการคำนวณราคาที่ต่ำหรือสูงเกินไป
ภาพ: กำหนดราคาและงบประมาณ
หลังจากได้ปริมาณวัสดุและราคาตลาดแล้ว ให้นำข้อมูลดังกล่าวมาคำนวณราคาทั้งหมดโดยใช้สูตร
ปริมาณวัสดุ × ราคาต่อหน่วย = ราคาวัสดุที่ใช้ + ค่าแรงของผู้รับเหมา
ค่าแรงของผู้รับเหมานั้นอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละราย โดยขึ้นอยู่กับประเภทของงานและขนาดของโครงการตามการประมาณ ดังนี้
ภาพ: ป้องกันการจ่ายเงิน
ในระหว่างการก่อสร้าง ผู้ว่าจ้างอาจมีความต้องการปรับเปลี่ยนวัสดุบางอย่าง เช่น เปลี่ยนกระเบื้องปูพื้นหรือผนังให้เป็นแบบที่ทันสมัยและสอดคล้องกับเทรนด์ปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงนี้มักส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในโครงการ เนื่องจากวัสดุใหม่อาจมีราคาสูงกว่าวัสดุที่ระบุไว้ใน BOQ เดิม
บางครั้งระหว่างการดำเนินงาน ผู้ว่าจ้างอาจต้องการเพิ่มเติมงานหรืองานตกแต่งที่ไม่รวมอยู่ในแบบก่อสร้างเดิม เช่น เพิ่มพื้นที่ใช้งานพิเศษ ติดตั้งระบบไฟหรือเครื่องปรับอากาศเพิ่มเติม ซึ่งการเพิ่มเติมนี้ทำให้ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สภาพอากาศหรือข้อจำกัดของสถานที่ ส่วนใหญ่มักเป็นปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ฝนตกหนักที่ทำให้งานก่อสร้างล่าช้าหรือพื้นที่ก่อสร้างที่จำกัด ซึ่งส่งผลต่อการขนส่งวัสดุและการทำงานของทีมก่อสร้าง อุปสรรคเหล่านี้มักนำไปสู่การเพิ่มค่าใช้จ่ายในโครงการ เนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมในการจัดการ
ภาพ: วางแผนเพื่อป้องกัน BOQ เกินงบประมาณ
เริ่มต้นด้วยการระบุวัสดุที่ต้องการใช้อย่างละเอียดและระบุแบบก่อสร้างที่ครบถ้วนตั้งแต่ต้นเพื่อป้องกันปัญหาการเปลี่ยนแปลงระหว่างการดำเนินการ
เมื่อมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวัสดุหรือแบบ ควรมีการทำข้อตกลงเพิ่มเติมในรูปแบบเอกสารลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกัน
ติดตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอช่วยให้สามารถรับรู้ปัญหาและแก้ไขได้ทันที ลดโอกาสเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากความล่าช้าหรือข้อผิดพลาดต่าง ๆ
ภาพ: ผู้หญิงตรวจเช็กเอกสาร boq
เพราะ BOQ คือเอกสารที่เปรียบเสมือนหัวใจหลักของการก่อสร้าง ต้องมีอยู่ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ เพื่อช่วยให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานเข้าใจภาพรวมและรายละเอียดของโครงการได้ชัดเจนมากขึ้น ที่บริษัทรับออกแบบภายในแบบครบวงจร dooDeco มีทั้งบริการรับออกแบบบิ้วอินบ้าน รับบิ้วอินคอนโด และการตกแต่งพื้นที่เชิงพาณิชย์ ด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบ บิ้วอิน-ฟิตอิน เทคโนโลยีผลิตจากโรงงานที่มีคุณภาพและมาตรฐาน มาพร้อมใบเสนอราคา BOQ รายชิ้นเฉพาะโปรเจกต์ช่วยควบคุมงบไม่ให้บานปลาย รับประกันงานระยะเวลา 1 ปีเต็ม เพื่อให้ได้บ้านและห้องตรงตามใจของผู้อยู่อาศัยคลายความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายลงไปได้เลย